วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แม่สู้ชีวิต16ปีดูแลลูกป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา


แม่สู้ชีวิต16ปีดูแลลูกป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา







 

แม่วัย 37 ดูแลลูกชายตั้งแต่อายุขวบเศษ ป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา นาน 16 ปี หลังจากติดเชื้อไวรัสในนกพิราบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบชีวิตรันทดของครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งที่ลูกชายป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา มานานกว่า 16 ปี จึงเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว คือ บ้านเลขที่ 161 หมู่ 4 ต.เก้าเลี้ยว อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ภายในบ้านพบ น้องบอมบ์ หรือ นายศุภชีพ ดีสารพัน อายุ 16 ปี นอนป่วยอยู่บนเตียงคนไข้สภาพร่างกายซูบผอมจนเหลือแต่กระดูก

นางศรีวิไล ผิวชมพู อายุ 37 ปี มารดาน้องบอมบ์ เล่าให้ฟังว่า สมรสกับ นายสุบิน ดีสารพัน อายุ 39 ปี เมื่อกว่า 17 ปี มีบุตร 1 คน คือ น้องบอมบ์ นายศุภชีพ ดีสารพัน อายุ 16 ปี และ ด.ช.พานุพงษ์ ดีสารพัน อายุ 5 ขวบ น้องบอมบ์ น้ำหนักแรกคลอด 3,500 กรัม สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี  ขณะที่อายุได้ 1 ขวบ 5 เดือน ได้พากลับไปที่บ้าน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ช่วงหนึ่งก็ได้เล่นกับนกพิราบ แต่ก็ยังไม่มีอาการใดๆ จากนั้นก็ได้พาไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพด้วยกัน โดย นายสุบิน ดีสารพัน สามีมีอาชีพรับจ้างเย็บผ้าในโรงงานแห่งหนึ่ง ไปอยู่ได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น บุตรชายก็เริ่มป่วยมีอาการเป็นไข้ตัวร้อนจัด อาเจียน ท้องเสีย และชักเกร็ง จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเลิศสิน กรุงเทพ ทราบจากแพทย์ผู้รักษาว่า มีอาการติดเชื้อไวรัสจากสัตว์ปีกขึ้นสมอง ทำให้สมองอักเสบอย่างรุนแรง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตแทบทุกราย ใช้เวลาในการรักษาตัวอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู. อยู่นาน 1 ปี 6 เดือน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ไม่สามารถที่จะสื่อสารได้ แพทย์ต้องเจาะลำคอใช้เครื่องช่วยหายใจมาโดยตลอด เงินที่เก็บได้ไม่มากนักจากการทำงานเริ่มหมดลง ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลช่วงแรกๆ แต่ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากทางโรงพยาบาลได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่อาการก็มีแต่ทรงกับทรุด


ในที่สุดก็ต้องเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจสลับกับการดูดเสมหะเว้นช่วงละ 1 ชั่วโมง โดยตนเองต้องคอยดูแลน้องบอมบ์ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วน นายสุบิน ไปทำงานรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 200-300 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความเป็นอยู่ เฉพาะค่าใช้จ่ายของน้องบอมบ์เป็นค่าแผ่นผ้อ้อมสำเร็จรูป ค่าอาการทางสายยางและอื่นๆ อีกตกราวเดือนละ 5,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในครอบครัวอย่างอื่นอีกต่างหาก หากมีผุ้บุญใจท่านใดที่จะให้ความช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวติดต่อไปที่ นางศรีวิไล ผิวชมพู โทร. 089-670-3692 หรือผ่านทางธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเก้าเลี้ยว เลขที่ 632-223-6121 บัญชีออมทรัพย์ 




http://board.postjung.com/628150.html

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ภาพภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด แรงพิโรธจากธรรมชาติ !!




.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

DBMS


Database Management System (DBMS)


ระบบการบริหารฐานข้อมูล คือ ขั้นตอนที่ใช้ในการทำให้ข้อมูลถูกต้องตามระยะเวลา รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงผู้ใช้และผู้ให้บริการ มีส่วนรับผิดชอบ ในการบริหารข้อมูลร่วมกัน

Data security

  • คือการป้องกันไม่ให้ข้อมูลหายหรือ นำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
  • ข้อมูลควรให้รู้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
  • ต้องมีขั้นตอนการทำงานและ ยอมให้ผู้ที่มีหน้าที่เท่านั้นที่จะดูข้อมูลจาก ฐานข้อมูลได้
  • การ Back Up ข้อมูล เมื่อข้อมูลเสียหายจะได้มีข้อมูลใหม่ อาจทำได้โดย
  1. * ลง Tape หรือ แผ่น ดีสเก็ต
  2. * back up ทุกวัน, ทุกอาทิตย์ ฯลฯ
  3. * เก็บ tape หรือ แผ่น ดีสเก็ต ที่ back up ไว้คนละที่กับของจริง

การบำรุงรักษาข้อมูล (Data Maintenance)

  • Updating คือ การเปลี่ยนแปลงข้อมูล มีขั้นตอนดังนี้
  • Adding เพิ่มข้อมูลใหม่ สร้าง record สำหรับคนใหม่ในฐานข้อมูล
  • Changing เปลี่ยนข้อมูล เช่น มีการย้ายที่อยู่
  • Deleting ลบข้อมูลที่ไม่ต้องการออก

ทำไมถึงต้องมีฐานข้อมูล

ในระบบแฟ้มเอกสาร(file oriented system) มีแฟ้มข้อมูลอยู่ 2 แฟ้ม คือ Customer File และ Catalog File
  • แต่ละแฟ้มมี Field name และ Address ที่เหมือนกันทำให้เกิดการซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล
  • ถ้ามี File เป็นจำนวนมาก โอกาสที่แฟ้มข้อมูลจะเก็บข้อมูลเหมือนกันก็มีมาก ทำให้เปลืองเนื้อที่ และแก้ไขข้อมูลได้ยาก
ในระบบ Database System มี 2 แฟ้มข้อมูลเหมือนกัน
  • แฟ้มที่มี Name และ Address มีอยู่เพียงแฟ้มเดียว จึงป้องกันการเก็บข้อมูลที่ซ้ำกัน
  • เวลาต้องการ Name และ Address ก็ใช้Customer Number อ้างอิงถึง แล้วไปเรียกจาก Customer File ที่เก็บอยู่ได้
Database Management System ระบบการบริหารข้อมูลมีลักษณะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ สรุปได้ดังนี้
  1. Data Dictionary ใช้กำหนดขอบเขตของข้อมูล (data field) ที่ใช้ในฐานข้อมูล และอธิบายความสัมพันธ์กับข้อมูลอื่นๆ ได้แก่
    • field name (ชื่อเขตข้อมูล)
    • size (ขนาด)
    • type of data (ชนิดของข้อมูล)
      • Text (ข้อความ)
      • Numeric (ตัวเลข)
      • Date (วันที่)
  2. Utilities คือโปรแกรมอรรถประโยชน์ช่วยในการจัดการฐานข้อมูล เช่น
    • สร้างแฟ้มข้อมูล
    • สร้าง Data Dictionary
    • ลอกข้อมูล
    • เปลี่ยนแปลงข้อมูล
    • ลบข้อมูล
  3. Security คือการรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูล ระบบทั่วๆไปจะให้ผู้ใช้สามารถกำหนดระดับความสำคัญของการเรียกใช้ข้อมูลได้โดย
    • ดูข้อมูลได้ทั้งหมด
    • ดูข้อมูลได้บางอย่าง
    • ดูข้อมูลไม่ได้เลย
    • ใครมีหน้าที่แก้ไขข้อมูลได้บ้าง

    ตัวอย่าง

    แฟ้มที่เก็บข้อมูลเงินเดือน อาจจะมีคนพยายามเปลี่ยนตัวเลข เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งต้องบันทึกว่า ใครเป็นคนเปลี่ยนแปลง เปลี่ยน record ไหน และเปลี่ยนจากอะไรเป็นอะไร Security รวมถึงการ back up ข้อมูลด้วย เราควรเก็บ back up ไว้คนละที่กับแฟ้มข้อมูลจริง ในบางประเทศมีกฏหมายลงโทษเกี่ยวกับการลบแฟ้มข้อมูล หรือเปลี่ยนแปลงแฟ้มข้อมูลคนอื่น
  4. Query Language ผู้ใช้สามารถใช้ภาษาง่ายๆในการดูข้อมูลที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลทางจอภาพหรือทางเครื่องพิมพ์ประเภทของข้อมูลมีดังนี้
    1. Character, Text
    2. ตัวเลข
      • Integer
      • Real, Float (เลขทศนิยม)
    3. ข้อมูลพิเศษ
      • Date วันที่
      • Time เวลา
      • Picture รูปภาพ
    ตัวอย่างจอภาพสำหรับบันทึกข้อมูล
    สมมุติว่าแฟ้มข้อมูลมี ข้อมูลดังนี้ I.D. No., Name, และ Age, Tel. No., Salary เก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลชื่อ Salary

    การเรียงลำดับข้อมูล คำสั่ง SORT ON NAME ASCENDING (เรียงลำดับข้อมูลตามชื่อโดยเรียงจากน้อยไปมาก เช่น ก-ฮ, A-Z, 0-9)
    คำสั่ง SORT ON NAME DESCENDING (เรียงลำดับข้อมูลตามชื่อโดยเรียงจากมากไปน้อย เช่น ฮ-ก, Z-A,9-0)
    Primary Key คือ field หลักที่ใช้ในการเรียงลำดับข้อมูล
    Secondary Key คือ field รองที่ใช้ในการเรียงลำดับข้อมูลคำสั่ง SORT ON AGE SECENDARY KEY NAME ASCENDING หมายถึงการเรียงลำดับข้อมูลโดยเรียงตามอายุ, ชื่อ จากน้อยไปมาก


    ที่มา http://pioneer.chula.ac.th/~vduangna/2200199/frame2.html

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เทวดา และ สวรรค์มีอยู่จริงหรือไม่


เราจะพิสูจน์ ว่า เทวดา และ สวรรค์มีอยู่จริงได้อย่างไร

·
เปรียบเทียบให้โยมได้เห็นภาพชัด ๆ 

โยมว่าดาวพลูโตมีจริงไหม  (มี) 
แล้วโยมเคยเห็นด้วยตาเปล่าไหม .... 

เรื่องเทวดาและสวรรค์ก็เหมือนกัน  ในพระไตรปิฎกก็มีปรากฏเหมือนกัน
เรื่องมีอยู่ว่าภิกษุจำนวนหนึ่งได้ไปอยู่จำพรรษาในป่าลึกแห่งหนึ่ง
เหล่ารุกขเทวดาคิดว่าพระคุณเจ้าคงพักชั่วคราวไม่กี่วันก็คงจะไป
จึงพากันลงต้นไม้  มาอยู่บนพื้นดินเพื่อถวายความเคารพแก่พระสงฆ์
แต่เมื่อรู้ว่าพระคุณเจ้าจะอยู่ที่ป่านี้ตลอดพรรษา
จึงได้หาวิธีที่จะไล่ภิกษุเหล่านั้นไปจากป่า
ไม่เช่นนั้นตนจะต้องลำบากมากที่จะต้องมาอยู่บนพื้นดินตั้งสามเดือน
จึงพร้อมใจแปลงกายเป็นผีมาหลอกให้ภิกษุกลัว

ภิกษุเหล่านั้นจึงนำเรื่องกราบทูลพระพุทธเจ้าทรงทราบ
พระพุทธองค์ทรงให้ใช้เมตตา ว่าแล้วก็ทรงสวด กรณียเมตตสูตร ให้ฟัง
แล้ว มีพุทธบัญชาให้กลับไปยังป่านั้นอีก และให้สวดทันทีที่เดินเข้าป่า และสวดทุกวัน
เมื่อรุกขเทวดาและสรรพสัตว์ทั้งหลายได้บุญกุศล  จึงถวายการอารักขาให้พระได้ผาสุก

เมื่อพูดถึงนรกสวรรค์   พูดให้เข้าใจง่ายคือ
สวรรค์อยู่ในอก   นรกอยู่ในใจ    ใจว่างเป็นบุญ  ใจวุ่นเป็นบาป  
ถ้าอยากรู้ว่าโยมอยู่บนสวรรค์หรืออยู่ในนรก  ขอถามคำถามนี้แล้วกัน
ใครที่ยังไม่แต่งงานยกมือขึ้น   คนเหล่านี้ตายไปจะตกนรก
ใครที่แต่งงานแล้วยกมือขึ้น   คนเหล่านี้ไม่ต้องรอให้ตายเพราะเขาอยู่ในนรกอยู่แล้ว
ไม่ใช่!!  ถ้าสามีมีธรรมะ  ภรรยามีธรรมะ  บ้านนั้นก็เป็นสวรรค์
ถ้าคนไทยทุกคนมีธรรมะ  ประเทศไทยก็เหมือนสวรรค์  เพราะว่าเราอยู่ด้วยความรักสามัคคี

สรุปว่า 

เทวดา  สวรรค์ที่เป็นทิพย์มันจับต้องไม่ได้
เรามาสร้างสวรรค์ให้เกิดขึ้นปัจจุบันดีกว่า 
มีเมตตาจิตคิดดีต่อกัน  
เทวดานางฟ้าย่อมปรากฏ 
เท่ากับโยมอยู่บนสวรรค์ 
เพราะมีพรหมวิหารธรรมต่อกัน  


-----------พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต หลวงพี่มาแล้ว

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ทะเลมรณะ Dead Sea


ลอยไม่รู้จม ที่ทะเลมรณะ ทะเลเค็มที่สุดในโลก




 





ทะเลเดดซี ทะเลมรณะ Dead Sea จอร์แดนและอิสราเอล Jordan and Israel                                
       
         ทะเลสาบมรณะ (Dead Sea)       
       
         เดดซี ถูกจัดว่าเป็นทะเลสาบเพราะรอบอาณาบริเวณมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่ มีทางไหลออกไปสู่แหล่งน้ำอื่นซึ่งก็เหมือนกับลักษณะของทะเลสาบทั่วๆไป ทะเลสาบมีได้ทั้งทะเลสาบน้ำเค็มและทะเลสาบน้ำจืด และเดดซีก็คือทะเลสาบน้ำเค็มที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกก็ว่าได้       
       
                            
       
         ลักษณะ ทางภูมิศาสตร์ของทะเลสาบเดดซีเป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใน ในระหว่างเขตแดนของจอร์แดนและอิสราเอล  ทะเลสาบเดดซีมีความยาวสูงสุดประมาณ 67 กิโลเมตร กว้างสูงสุดประมาณ 18 กิโลเมตร ครอบคุลมพื้นที่ราว 810 ตารางกิโลเมตรโดยมีความลึกเฉลี่ยที่ 120 เมตร และมีจุดที่ลึกที่สุดอยู่ที่ 330 เมตร ในขณะที่พื้นที่ตั้งของทะเลสาบเดดซีก็ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 408 เมตร ดังนั้นหากวัดจากพื้นที่ลึกที่สุดของทะเลสาบแห่งนี้ก็จะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ ทะเลราว 800 เมตรเลยทีเดียว และถือเป็นจุดที่ต่ำสุดของโลกเราเลยก็ว่าได้ ความเค็มของทะเลเดดซีในส่วนที่อยู่ลึกที่สุดมีมากถึง30 เปอร์เซ็นต์ในขณะที่ความเค็มของทะเลทั่วๆไปอย่างเช่นอ่าวไทยมีความเค็มเพียง แค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทะเลสาบเดดซีถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยมีแหลมอัลลิซานกั้นกลาง ทะเลสาบทางตอนเหนือกินพื้นที่ราว 3 ใน 4 ซ้ำยังทั้งลึกและเค็มกว่า       
       
                               
       
         น้ำ ในทะเลสาบเดดซีเป็นมีความเค็มมากกว่าน้ำในแหล่งน้ำปรกติมากมายหลายเท่า โดยปรกติความเค็มของน้ำทะเลจะเกิดขึ้นเพราะมีการละลายของเกลือหลายชนิดโดย เฉพาะ โซเดียมคลอไรด์ที่ มีสูตรทางเคมีว่า NaCl ในน้ำทะเลโดยเฉลี่ยแล้วมีเกลือร้อยละ 3.5 หรือน้ำทะเล 1 ลิตรจะมีเกลือละลายอยู่ประมาณ 35 กรัม แต่ในพื้นที่ของทะเลสาบเดดซีมีปริมาณเกลือมากถึง ปริมาณเกลือรวมกันมากถึง 10,523,000,000 ตัน  และด้วยความหนาแน่นของน้ำในทะเลสาบเดดซีนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเรา ถึง สามารถลอยตัวอยู่ในทะเลสาบดังกล่าวได้       
       
                            
       
         ทะเลสาบ แห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องการรักษาโรคและการบำรุงรักษาผิวพรรณน้ำในทะเล เดดซีเป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุต่างๆ เพราะการที่ไม่มีพื้นที่เชื่อต่อกับแม่น้ำสายอื่นให้ไหลออกได้ทำให้แร่ธาตุ ต่างๆมารวมกันอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้เป็นจำนวนมากและทำให้หลายคนเชื่อกันว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดจากทะเลสาบเดดซี อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สมบูรณ์และสามารถช่วยเรื่องสุขภาพได้ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ ทั้งโคลนจากเดดซี เกลือจากเดดซีที่มีความเค็มมากกว่าเกลือที่อื่นหลายเท่าตัวหนักก็มักจะนำมา ใช้ในทางการประทินผิวและรักษาผิวพรรณ  ทั้งนี้สามารถช่วยรักษาได้ทั้งรังแค โรคผิวหนังรวมทั้งพิษทั้งแมลงกัดต่อย ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น ดูแล้วคล้ายกับว่าสถานที่แห่งนี้ กลายเป็นแหล่งรวมแร่ธาตุครอบจักรวาล        
       
       
       
       
         ทะเลเดดซี หรือ ทะเลมรณะ (อังกฤษ: Dead Sea; อาหรับ: ??????? ????????, อัลบะฮฺรุ อัลมัยยิต,ฮีบรู: ??? ??????????????, ; ยัม ฮาเมลาห์ (ทะเลเกลือ)) เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก อยู่ระหว่างเขตจอร์แดนและอิสราเอล ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาทะเลทั้งหลาย กล่าวคือต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางลง ไปอีกประมาณ 400 เมตร ตอนเหนือเป็นของจอร์แดน ตอนใต้แบ่งเป็นของจอร์แดนและอิสราเอล แต่หลังสงครามอาหรับอิสราเอล กองทัพอิสราเอลยังคงครอบครอบพื้นที่ฝั่งตะวันตกทั้งหมดอยู่         
         ทะเลเดดซีอยู่ระหว่างเทือกเขายูเดียที่ด้านเหนือ และที่ราบสูงทรานสจอร์แดนที่ด้านตะวันออก แม่น้ำจอร์แดนจะไหลจากทางเหนือมายังทะเลเดดซีนี้ ซึ่งมีความยาว 80 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่นั้น 1,020 ตารางกิโลเมตร แหลมอัลลิซาน (แปลว่า ลิ้น) แบ่งทะเลสาบด้านตะวันออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือใหญ่กว่า ล้อมรอบพื้นที่ 3/4 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนความลึกนั้นประมาณ 400 เมตร แอ่งตอนเหนือนั้นเล็ก และตื้น (ลึกประมาณ 3 เมตร) ในสมัยที่เขียนคัมภีร์ไบเบิล จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 พื้นที่บริเวณตอนเหนือเท่านั้นที่มีผู้อยู่อาศัย และระดับน้ำต่ำกว่าในปัจจุบัน 35 เมตร         
         [แก้] ประวัติ         
         ชื่อ ทะเลมรณะ ในภาษาไทยปรากฏครั้งแรก ๆ ในพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษถ่ายมาจากภาษาเดิมว่า Dead Sea มีประวัติย้อนไปอย่างน้อยก็สมัยเฮลเลน (323 - 30 ปีก่อนคริสตกาล) เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในไบเบิล เพราะเป็นยุคสมัยของอับราฮัม (บรรพบุรุษของชาวฮีบรูและอาหรับ) และการทำลายเมืองโสโดมและกอมอร์ราห์ (สองเมืองนี้ปรากฏในพระคัมภีร์เก่า กล่าวว่าถูกทำลายจากไฟสวรรค์ เพราะความชั่วร้ายของผู้คนในดังกล่าวคงจะจมในบริเวณตอนใต้ของทะเลเดดซี) แม่น้ำที่แตกสาขาออกไป เป็นทางหนีของกษัตริย์ดาวิด (กษัตริย์แห่งอิสราเอล) และภายหลังก็เป็นทางหนีของพระเจ้าเฮรอดที่หนึ่งมหาราช กษัตริย์แห่งยูดาย         
         ทะเลเดดซีกินเนื้อที่ส่วนต่ำสุดของถ้ำในทะเลจอร์แดน-ทะเลเดดซี (ยาว 560 กิโลเมตร) ซึ่งขยายออกไปจากทางเหนือของสันปันน้ำแอฟริกาตะวันออก เป็นภูเขาที่จมลงในเขตรอบเลื่อนทวีปขนานสองรอย คือทางตะวันออก ตามขอบที่ราบสูงโมอาบ ซึ่งมองจากทะเลสาบนี้เห็นได้ง่ายกว่ารอยเลื่อนตะวันตก ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการยกตัว         
         ในยุคจูแรสซิกและครีเทเชียส (คือราว 208 - 66.4 ล้านปีที่ผ่านมา) ก่อนการเกิดถ้ำ [[ทะเลเมดิเตอร์เ คไมโอซีน (23.7 - 5.3 ล้านปีที่ผ่านมา) ก้นทะเลยกตัวขึ้น ทำให้มีระดับสูงกว่าเดิมมาก         
         ทะเลเดดซีอยู่ในเขตทะเลทราย น้ำเค็ม ฝนตกก็น้อย และไม่สม่ำเสมอ ปีหนึ่งราว 65 มิลลิเมตร และเมืองเสโดม (ใกล้เมืองโสโดมในไบเบิล) ไม่มี         
         เหตุที่เรียกว่าเดดซีเพราะทะเลสาบนี้ไม่มีทางออกสู่ทะเลแห่งอื่นเลย มีเพียงแม่น้ำจอร์แดนที่ไหลลงสู่ทะเลเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปน้ำในทะเลนี้ระเหยขึ้นทำให้เกลือในทะเลสาบเดดซีตกค้างอยู่ใน บริเวณเดิมน้ำในทะเลสาบเดดซีจึงมีความเค็มมากกว่าน้ำทะเลปกติถึง6เท่า ด้วยเหตุที่น้ำมีความเค็มมากขนาดนี้ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่จึงเรียก ทะเลสาบนี้ว่าทะเลสาบเดดซี มีความหมายว่าทะเลสาบมรณะ       


Dead_Sea_Shot_-_002.jpg
0Dead_Sea_Shot_-_003.jpg

Dead_Sea_Shot_-_005.jpg
Dead_Sea_Shot_-_006.jpg
Dead_Sea_Shot_-_007.jpg
Dead_Sea_Shot_-_008.jpg
Dead_Sea_Shot_-_009.jpg
Dead_Sea_Shot_-_011.jpg
_Dead_Sea_Shot_-_012.jpg
_Dead_Sea_Shot_-_014.jpg
__Dead_Sea_Shot_-_015.jpg
Dead_Sea_Shot_-_016.jpg
Dead_Sea_Shot_-_019.jpg
Dead_Sea_Shot_-_020.jpg
Dead_Sea_Shot_-_021.jpg
Dead_Sea_Shot_-_023.jpg
__fwdDer.com__-082001824-Dead_Sea_Shot_-_027.jpg
-Dead_Sea_Shot_-_028.jpg
Dead_Sea_Shot_-_032.jpg
Dead_Sea_Shot_-_033.jpg