วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

น้ำตกอีกวาซู

น้ำตกอีกวาซู (Iguazu Falls; แปลว่า "สายน้ำอันยิ่งใหญ่") ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา

น้ำตกอีกวาซูเกิดจากแม่น้ำอีกวาซู ซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 80 เมตร ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่ง การแตกของหน้าผาหินทำให้เกิดเป็นน้ำตกหลายชั้น บริเวณรอบๆ น้ำตกจมีล

ะอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร บนฝั่งประเทศบราซิลจะมองเห็นน้ำตกได้ทั่วถึงและงดงาม แต่ทางฝั่งประเทศอาร์เจนตินาสามารถเข้าชมน้ำตกได้ใกล้กว่า ซึ่งภาพนี้ถ่ายจากฝั่งอาร์เจนตินา

ตำแหน่ง http://goo.gl/maps/amnLC

ชมภาพอื่นๆ
http://flic.kr/p/98VLEt
http://flic.kr/p/5jJvi7

Photograph via Bregothehorse on Reddit

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

ภูเขาโรไรมา

เกาะ กลางทะเลหมอก - ภูเขาโรไรมา (Mount Roraima) เป็นภูเขายอดตัด คล้ายๆ ภูกระดึง จ.เลย ที่มีหน้าผาชันรอบด้าน ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างประเทศเวเนซูเอลา บราซิล และกายอานา โดยมีตำแหน่งสูงสุดที่ความสูง 2810 เมตรด้านประเทศเวเนซูเอลา ประกอบด้วยหินทรายที่แปรสภาพ มีอายุแก่มากๆ ถึงสองพันล้านปี หรือในยุคพรีแคมเบียน

การยกตัวของภูเขานี้เกิดขึ้นหลังจากการเริ่มเกิดมหาสมุทรแอตแลนติกตั้งแต่ยุคไทรแอสซิก โดยการแยกต

ัวของแผ่นเปลือกโลกอเมริกาใต้ ออกจากแผ่นแอฟริกา การกร่อนอันยาวนานของแม่น้ำทำให้หินรอบข้างหายไปเหลือแต่มวลหินแข็งเป็นภูเขาในปัจจุบัน

นอกจากนี้ภูเขาลักษณะเดียวกัน ในบริเวณใกล้เคียง ยังเป็นแหล่งน้ำตกที่สุงที่สุดในโลกอย่าง น้ำตกเองเจล ด้วย http://goo.gl/kibg7

ตำแหน่งภูเขาโรไรมา http://goo.gl/maps/Ga0Ii

ฟรี โปสเตอร์แผ่นเปลือกโลก http://flic.kr/p/bZDSZE

Photo credit: Uwe George (National Geographic)
 
 
 

แนวทางการระบายน้ำของแม่น้ำยม

แนวทางการระบายน้ำของแม่น้ำยมเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ณ สุโขทัย ในปีนี้ แบ่งเป็น 4 แนวหลัก

1 ทางระบายหลัก โดยแม่น้ำยม
2 ทางระบายรอง จากแม่น้ำยมสายเก่า
3 ทางระบายรอง โดยคลองขุดเชื่อมกับแม่น้ำน่าน และระบายต่อโดยแม่น้ำน่าน
4 ชะลอน้ำแก้มลิง ที่ทุงทะเลหลวง
















ที่มา  https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151223259559274&set=a.185043244273.153660.113625949273&type=1&theater

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

เหตุการณ์ 9/11 กับภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 7

รำลึก เหตุการณ์ 9/11 กับภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 7 เมื่อวันที่ 12 กย 2001 หนึงวันต่อมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย

รายละเอียด: Aftermath of World Trade Center Attack: This true-color image was taken by the Enhanced Thematic Mapper Plus (ETM+) aboard the Landsat 7 satellite on September 12, 2001, at roughly 11:30 a.m. Eastern Daylight Savings Time. Image courtesy USGS Landsat 7 team, at the EROS Data Center. 

Credit: NASA http://instagr.am/p/Pb9Ob8t_PK/

You can download the full high res here:http://bit.ly/UH6gZZ




ขอบคุณที่มาจาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151221933339274&set=a.185043244273.153660.113625949273&type=1&theater

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

เกาะตะปู

เกาะตะปูหรือเขาตะปู ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลด้านนอก ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีลักษณะเป็นเกาะเดี่ยว รูปร่างคล้ายตะปู มีศัพท์เฉพาะทางธรณีวิทยาว่า เกาะหินโด่ง (Stack)

เกาะตะปู เป็นเขาหินปูน ยุคเพอร์เมียน (295-250 ล้านปี) และสึกกร่อนจากการละลายน้ำได้ง่าย

กำเนิดของเกาะตะปูมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลในอดีต เดิมเกาะตะปูเคยอยู่ติดกับเกาะอื่นๆ เป็นผืนเดียวกัน แต่การเคล

ื่อนไหวของเปลือกโลกในเวลาต่อมา ทำให้มีรอยเลื่อนใหญ่พาดผ่านที่ เรียกว่า รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย การขยับตัวของรอยเลื่อนได้ทำให้เกิดการหักพังของหิน จนกระทั่งเขาตะปูแยกออกมาเป็นเขาลูกโดด

เขาตะปูได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลที่แผ่ขยายเข้ามาท่วมในช่วงหลังสุดเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาตะปูกลายเป็นเกาะ และถูกคลื่นกัดเซาะและขัดเกลา จนกระทั่งมีรูปทรงเรียวและขาดออกจากตัวเขาพิงกันตะวันออก เป็นเกาะหินโด่ง ในปัจจุบัน

น้ำทะเลที่ขึ้นสูงสุดเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่ผ่านมา มีระดับสูงกว่าระดับปัจจุบันประมาณ 4 เมตร การขึ้นลงของน้ำทะเล ได้กัดเซาะฐานเกาะตะปูให้เกิดเป็นแนวรอยน้ำเซาะหิน เว้าเข้าไปที่ระดับดังกล่าว ต่อมาน้ำทะเลลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2.5 เมตร จากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ระดับน้ำทะเลใหม่ได้กัดเซาะส่วนล่างของเกาะตะปูให้เกิดเป็นรอยน้ำเซาะหินแนวใหม่ คือ ระดับที่เป็นส่วนคอดกิ่วที่สุด และเป็นบริเวณที่มีสิ่งมีชีวิตเช่น หอย เพรียง เกาะอาศัยอยู่โดยรอบเมื่อได้นำซากหอยนางรมที่ติดอยู่ในแนวรอยกัดเซาะนี้ไปหาอายุโดยวิธีคาร์บอนรังสี (C14) ได้อายุประมาณ 2,620 ปี แสดงว่ารอยคอดกิ่วนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลเมื่อเวลาประมาณ 2,500 ปีที่ผ่านมา

หลังจากนั้นน้ำทะเลจึงลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับปัจจุบัน เผยให้เห็นส่วนเว้าของเกาะตะปู มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ

เกาะตะปูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง จนมีภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาถ่ายทำ ที่เกาะตะปูนี้ ในปี พ.ศ. 2517 ภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอนเพชฌฆาตปืนทอง (The Man with the Golden Gun) และเกาะตะปู ยังได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า "James Bond Island" อีกด้วย

ตำแหน่ง http://goo.gl/maps/wS3wO
ฟรีโปสเตอร์ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย http://flic.kr/p/bZDSWQ
แผนที่ธรณีวิทยา จ.พังงา http://www.dmr.go.th/download/pdf/South/Pangnga.pdf

ข้อมูล กรมทรัพยากรธรณีวิทยา
 

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

รอยเลื่อนบริเวณภาคใต้

รอยเลื่อนบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย - GeoThai.net - เส้นแนวรอยเลื่อนได้จากการแปลความหมายเบื้องต้นตามลักษณะภูมิประเทศ ครอบคลุมรอยเลื่อนมีพลังและรอยเลื่อนไม่มีพลัง แผนที่ฉบับนี้ใช้เผยแพร่สำหรับการศึกษาเท่านั้น และไม่ใช่เอกสารของทางราชการ (ดาวน์โหลด http://flic.kr/p/bZDSWQ)

ขอบคุณที่มารจาก  https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150865993434274&set=a.10150811632679274.468380.113625949273&type=1&theater


หลุมยุบกลางทะเล

หลุมยุบกลางทะเล (The Great Blue Hole) นอกชายฝั่งของประเทศเบลีซ ริมทะเลแคริบเบียน ตั้งอยู่กลางแนวปะการังที่เรียกว่า Lighthouse Reef

หลุมยักษ์ใต้น้ำนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 300 เมตร และลึก 124 เมตร เกิดขึ้นในยุคน้ำแข็งของยุคควอเทอร์นารี ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลมีระดับต่ำกว่าปัจจุบัน ภายในหลุมเป็นโพรงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ และมีหินย้อยจากผนังถ้ำ จากข้อมูลอายุหินย้อยภายในหลุมยุบนี้พบว่าเกิดขึ้นครั้งแร
กเมื่อ 153,000 ปีก่อน อีกทั้งพบอายุ 66,000 60,000 และ 15,000 ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลหลายช่วงที่อาจเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอดีต ต่อมาเมื่อนำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ถ้ำและโพรงของหลุมยุบจึงจมอยู่ใต้นำในปัจจุบัน

ตำแหน่ง http://goo.gl/maps/cP881
การเกิดหลุมยุบ http://geothai.net/gneiss/?p=826

คลิปการดำสำรวจใต้น้ำ http://youtu.be/eCPBIa6c8Ok

Photo credit David Doubilet (via NationalGeographic)